108engine.com
Follow us     
  • หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • สเปค/ราคารถ
  • ค้นหาร้านค้า
  • กระดานซื้อขาย
  • งานรถ/ทัวร์ร้าน
  • ข่าว / รีวิวรถ
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา



รอบรู้ รถยนต์-รถกระบะ  |  รอบรู้ จักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์

 

เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องยนต์มือสอง




การเลือกซื้อเครื่องยนต์มือสอง

เมื่อเครื่องยนต์ตัวเก่าของเราเกิดกลับบ้านเก่าไปแล้ว หรือพยามที่จะซ่อมแซมให้ฟื้นคืนชีพแล้ว แต่ก็ทำไม่ไหว หรืออีกประเภทพวกรู้สึกว่าอยากจะเพิ่มพลังให้กับรถเสียใหม่ และประการหลังสุดที่กำลังฮิต ติดลมบนสมัยนี้คือแบบพวก ที่บอกอำลาเครื่องยนต์ดีเซล แล้วหันมาคบกับเครื่องยนต์เบนซินแล้วยิงแก๊ส เป็นเหตุให้ต้องหาเครื่องยนต์มาเปลี่ยนใหม่ จะหาเครื่องยนต์ใหม่ๆมือหนึ่งจากศูนย์ ราคาก็คงพอๆกับซื้อรถ ใหม่ เครื่องยนต์มือสองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากราคาที่ถูกกว่ามาก แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพว่า เจ้าของเดิมใช้มามากน้อย แค่ไหน อายุการใช้งาน และการดูแลสภาพเครื่องยนต์ของเจ้าของเก่าด้วย เรา มาดูกันครับว่าเครื่องยนต์มือสอง เขามีวิธีการเลือกเครื่องกันอย่างไง จึงจะได้ของดีมีคุณภาพ จะได้ไม่ต้อง ซื้อมาซ่อมกันจนต้องปวดหัว

มารู้กันก่อนว่าเขาเอากันมาจากไหนอย่างไร

เครื่องยนต์มือสองที่เราเห็นตามร้านขายอะไหล่เก่าญี่ปุ่น ตามเชียงกงปทุมวัน บางพลี พระราม 3 หรือแถวหลักสี่ ส่วนใหญ่แล้วเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้แล้วจากประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายๆประเทศ ซึ่งร้าน ขายเครื่องยนต์มือสองบ้านเราจะดั้งด้นไปซื้อ มาแถวๆสุสานรถเก่า ซึ่งพ่อค้าเครื่องเขาจะเรียกกันว่า จั้ง เป็นที่รวบรวมรถรถเก่าที่เขาไม่ใช้งานกันแล้วเอามารวมกองเป็นภูเขาซ้อนๆกันเหมือนในหนัง เพื่อรอการ ขายอะไหล่ และเอาที่เศษเหลือไปรีไซเคิล พ่อค้าบ้านเราก็จะไปขอซื้อมาเป็นคันๆ แล้วเช่าสถานที่ในการ ถอดอะไหล่เป็นชิ้นๆ แล้วตัดเอาอะไหล่ที่ขายได้ใส่ตู้คอนเทรนเนอร์ แล้วส่งใส่เรือกลับมาขายในบ้านเรา

ทำไมรถยนต์เก่าต่างประเทศเขาจึงมีเยอะจัง

เพราะว่าในประเทศที่เขา (คิดว่า) เจริญแล้ว เขาจะไม่นิยมซ่อมรถใช้กันเหมือนบ้านเรา เป็น เพราะว่าค่าแรงซ่อมแพงมากๆเป็นสิบเท่าตัวของค่าแรงซ่อมบ้านเรา แต่ราคารถกลับถูกกว่าบ้านเราเป็น หลายเท่า เช่นเวลาเกิดการชนกันที ค่าซ่อมบ้านเราหมื่นกว่าบาท แต่บ้านเขาตั้งแสนกว่าดูๆกันแล้วเปลี่ยน รถใหม่ดีกว่า ไม่ต้องซ่อม เสียเวลา ไม่จุกจิก แถมเอาทะเบียนคันเก่ามาแปะรถคันใหม่แล้วใช้ได้เลย หรือ ส่วนใหญ่แล้วคนญี่ปุ่นมักคิดว่ารถมีอายุการใช้งานแค่ 4 ปี แล้วก็หมดอายุต้องซ่อมแล้วขายซากดีกว่า ชนิด คนญี่ปุ่นบางคนใช้รถอยู่ดีๆพอสตาร์ทไม่ติดทีเดียวเพราะแบตเตอร์รี่เสีย พาลลำคราญเอารถไปขายซาก แล้วซื้อรถรุ่นใหม่ๆสวยๆดีกว่า คิดแล้วน่าอิจฉา ไม่เหมือนบ้านเรา รถก็แพงอะไหล่ ก็แพงก็ต้องทนๆซ่อมๆ ใช้ๆกันไป พวกนี้หละครับเขาก็จะเอามารวมกันที่ จั้งและทำการแยกขายอะไหล่เก่า ดังนั้นซากรถบ้านเขา ถึงได้เยอะแยะเลย

จะเลือกซื้อเครื่องมือสองต้องดูอะไรบ้าง

1. ท่อน้ำและท่อยางต่างๆ ดูว่าท่อมีอาการเปื่อย นิ่ม บวมอย่างไร สีของขี้สนิมในท่อยางว่ามีสนิม หรือไม่ ถ้าท่อเก่าเปื่อย แสดงว่าอายุการใช้งานมาก ท่อนิ่มบวมเครื่องอาจจะมีปัญหาเรื่องความร้อน ถ้ามี สนิมในท่อแสดงว่าเครื่องเริ่มผุเก่า น้ำในหม้อน้ำไม่ค่อยเปลี่ยนถ่าย ไม่ใช้น้ำยาป้องกันสนิม แต่ต้องระวัง ร้านรู้มากเอาท่อยางมาสับเปลี่ยนด้วยครับ

2. ฝาเติมน้ำมันเครื่อง ควรเปิดเพื่อดูคราบน้ำมันบนฝาน้ำมันเครื่องว่ามีสีและกลิ่นอย่างไร เช่นถ้า เป็นสีดำสะเก็ดแข็งๆ แสดงว่าเครื่องใช้งานมานานเริ่มเก่า ไม่ค่อยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ถ้าดำมากๆและ เหม็นไหม้ เครื่องอาจมีปัญหาความร้อน หรือบนฝามีคราบเหนียวๆสีขุ่นๆ หรือมีขี้สนิมเกาะนิดๆแสดงว่า เครื่องอาจพัง มีปัญหาเรื่องฝาสูบ หรือน้ำเข้าห้องเผาไหม้แล้ว

3. ในฝาครอบวาล์ว เปิดฝาน้ำมันเครื่องลองพยามมองดูถ้าเห็นสังเกตดูสีของคราบน้ำมันเครื่องที่ เกาะบนชุดราวลิ้น ว่ามีสีอย่างไร เครื่องที่ดีต้องเป็นสีเหลืองนวลๆ หรือแทบจะไม่มีคราบเกาะเลย ถ้าไม่ แน่ใจต้องพยายามหลอกล่อให้ทางร้านยอมเปิดให้ดู ให้ได้

4. ก้านวัดน้ำมันเครื่อง ยกดูและสังเกตสีของน้ำมันเครื่องที่ติดมา ถ้าเป็นสีดำเหนียวข้นแสดงว่าไม่ค่อย เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ถ้ามีสีอื่นๆเช่นครีมขาว หรือมีไอน้ำปนอยู่ แสดงว่าเครื่องอาจจะพังแล้ว ถ่ายน้ำมันเครื่อง ถ้ามีสีอื่นๆเช่นครีมขาว หรือมีไอน้ำปนอยู่ แสดงว่าเครื่องอาจจะพังแล้ว

5. สายพานหน้าเครื่อง สังเกตเครื่องที่ใช้สายพานหน้าเครื่องบางตัว จะมีป้ายบอกกิโลเมตรระยะ การเปลี่ยนสายพานไทมิ่ง ว่าเปลี่ยนมาที่ระยะกี่กิโล พอจะมาใช้เพื่อคำนวณสภาพเครื่องได้

6. ซีลและท่อนํ้ามันต่างๆ สังเกตว่ามีน้ำมันรั่วซึมมากแค่ไหน ท่อยางเป็น อย่างไร ลองบีบดูถ้าท่อ ยางมีอาการแข็งมีรอยแตกร้าว มีน้ำมันรั่วซึม แสดงว่าอายุการใช้งานนาน ปรกติถ้าท่อจะแข็งต้องมีอายุการ ใช้งานเกินกว่า 200,000 กิโลแล้ว

7. สตาร์ทเครื่อง แล้วฟังเสียงเหมาะกับผู้ที่ชำนาญ ลองให้ร้านสตาร์ทให้ฟังเสียง สังเกตว่าสตร์ท ติดง่ายแค่ไหน มีควันออกมาด้วยหรือไม่เป็นสีอะไรถ้าเป็นสีขาว ชัวร์เครื่องหลวมหรือแหวนมีปัญหา ถ้าเป็น สีดำอาจจะเป็นได้ว่าเครื่องหลวมเผาไหม้ไม่หมด หรือการต่อสายไฟ หรือเซนเซอร์มีปัญหา

8. สายหัวเทียน และสายไฟต่างๆ สายหัวเทียนของเครื่องยนต์หลายยี่ห้อ จะมีตัวเลขปีที่ผลิต เครื่องยนต์วา่ ผลิตเมื่อไหร่ สามารถเช็คหรือประเมินอายุเครื่องได้ สายต้องไม่เก่าแตกลายงา สายไฟต่างๆ ต้องไม่มีการตัดต่อ หรือส่วนของสายไฟหลุดหายไป

9. อุปกรณ์ที่ติดกับเครื่อง การเลือกซื้อต้องให้ร้านจัดอุปกรณ์ให้ครบที่สุด โดยเฉพาะเครื่องหัวฉีด พวกนี้จะมีเซนเซอร์และอุปกรณ์พวกระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ มันต่างๆต้องตรงกับเครื่องและดีที่สุด และ ต้องเป็นตัวเดียวกับที่ติดเครื่องมา จะให้ได้เครื่องที่จะนำมาวางได้สมบูรณ์ที่สุด มีผลกับความแรง และ การ กินน้ำมันเชื้อเผลิง

10. การรับประกัน โดยส่วนใหญ่ร้านเชียงกงจะมีระบบรับประกันเครื่องยนต์ และ อะไหล่ เช่น 7 วัน 15 วัน ควรจะถามถึงและต่อรองการยืดอายุประกันให้ได้นานที่สุ ด เพราะเมื่อซื้อเครื่องมาแล้วต้องเสียเวลา ในการวางของ ช่าง บางทีอาจเกินอายุประกันก่อนจะเสร็จด้วยซ้ำ และต้องเผื่อช่วงทดลองการใช้งานอีก ว่า กินน้ำ กินน้ำมันเครื่อง หรือมีปัญหาระบบไฟ และอุปกรณ์อื่นๆด้วยหรือเปล่า

ข้อแนะนำ

ในการเลือกซื้อที่ดีควรหาผู้ที่ชำนาญในการเลือกซื้อ และควรเลือกซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้จะดีที่สุด เมื่อได้เครื่องมาแล้วควรทำการติดตั้งให้เร็วที่สุดก่อนหมดระยะประกันและอย่าพึ่งรื้อหรือทำอะไรกับเครื่อง เพราะร้านอาจจะอ้างว่าไม่รับประกันเมื่อมั่นใจแล้วว่าเครื่องดีไม่มีปัญหา ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ เช่น สายพานไทมิ่ง ซีลยางต่างๆ ลูกลอกต่างๆ ปั้มน้ำ ท่อยางท่อน้ำต่างๆที่เสี่ยงต่อการแตกรั่ว น้ำมันเครื่อง และ ไส้กรองน้ำมันเครื่องด้วย

    ที่มา : thaispeedcar   [18826 Views]


กติกาแสดงความคิดเห็น
   1. กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพสร้างสรรค์ ไม่ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย บุคคล/สถาบันอื่น
   2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
แสดงความคิดเห็น Facebook












รอบรู้ รถยนต์
เทคนิคซื้อรถใหม่ ตามรายได้ของตัวเอง
"คัมภีร์วิธีขับรถยนต์"
ท่านั่งขับรถ ตำแหน่งการจับพวงมาลัย
วิธีใช้เกียร์ออโต้ อย่างปลอดภัย
10สัญญาณเตือนภัยของรถคุณ
รอบรู้ รถจักรยานยนต์
เป็นเจ้าของ Big Bike มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
วิธีเลือกรถบิ๊กไบค์มือสอง
วิธีเลือกซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง





หมวดรถอีโคคาร์ -รถกระบะ หมวดรถจักรยานยนต์ หมวดรถแทรกเตอร์-รถเกี่ยวข้าว หมวดเครื่องยนต์อเนกประสงค์
โปรโมชั่น รถอีโคคาร์ ทุกรุ่น สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ เอที โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์ ทุกรุ่น สเปค-ราคา เครื่องยนต์เบนซิน 5-7แรงม้า
สเปค-ราคา รถอีโคคาร์ สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ ครอบครัว สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Kubota สเปค-ราคา เครื่องยนต์เบนซิน 8-15แรงม้า
สเปค-ราคา รถกระบะ 2ประตู สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ ออฟโรด สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Yanmar สเปค เครื่องยนต์ดีเซล 5-9แรงม้า
สเปค-ราคา รถกระบะ แค็บ สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ สปอร์ต สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ New Holland สเปค เครื่องยนต์ดีเซล 10-12แรงม้า
สเปค-ราคา รถกระบะ 4ประตู สเปค-ราคา รถบิ๊กไบค์ Honda สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ John Deere สเปค เครื่องยนต์ดีเซล 14-16แรงม้า
สเปค-ราคา รถอเนกประสงค์ PPV   สเปค-ราคา รถเกี่ยวนวดข้าว คูโบต้า ฯลฯ  

  Follow 108engine     ติดต่อโฆษณา Advertise
  Copyright © 2000 - 2017  108EngineDotCom. All Rights Reserved   © สงวนลิขสิทธิ์