108engine.com
Follow us     
  • หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • สเปค/ราคารถ
  • ค้นหาร้านค้า
  • กระดานซื้อขาย
  • งานรถ/ทัวร์ร้าน
  • ข่าว / รีวิวรถ
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา


รีวิวรถยนต์-รถอีโคคาร์ | รีวิวรถกระบะ-รถพีพีวี | รีวิวจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | ข่าวรถแทรกเตอร์

โปรโมชั่น รถยนต์-รถกระบะ | โปรโมชั่น รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์

รอบรู้ รถยนต์-รถกระบะ  |  รอบรู้ จักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์

 


ยามาฮ่า เอสอาร์400 YAMAHA SR400



คงไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาวกับกระแสความนิยมรถคลาสสิกจากค่ายส้อมเสียง เมื่อกล่าวถึงโมเดลรุ่น “ยามาฮ่า เอสอาร์400” ด้วยการยึดพื้นที่ในสายการผลิตมาอย่างยาวนานกว่า 35 ปี น่าจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ดี อยู่แล้วในระดับหนึ่ง

สำหรับความเป็นอมตะของตระกูลเอสอาร์เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1978 ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับรถสไตล์เอ็นดูโร่ ในสังกัดเดียวกันอย่างเอ็กซ์ที 500 (XT 500) หรือเป็นรุ่นที่ใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนา โดยแรกเริ่มเดิม ทีมีผลิตรุ่น 500 และ 400 ออกวางจำหน่ายเคียงคู่กันเสมอมา จนกระทั่งเมื่อปี 2001 ยามาฮ่าตัดสินใจ ลดสายการผลิตลงเหลือขนาดพิกัดน้อยกว่าเพียงรุ่นเดียวที่ยังคงทำตลาดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่โฉมปีล่าสุดคันนี้ที่ “ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง” มีโอกาสทดลองขี่ หน้าตาการออกแบบยังคงเอกลักษณ์ ดั้งเดิมตั้งแต่ยุค 70 ซึ่งความโดดเด่นอยู่ที่การใช้ไฟหน้าดวงใหญ่กลมโต ขนาบข้างด้วยไฟเลี้ยวทรงกลม ทั้งสองด้าน ส่วนประกอบของอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ หลายชิ้นเป็นโครเมียมเงาวับ เบาะนั่งตอนเดียวขนาด ใหญ่สีทูโทนมาพร้อมที่จับกันตกสำหรับคนซ้อน ไฟท้ายรูปทรงโบราณสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง ระหว่างไฟเลี้ยวด้านหลัง

สำรวจออฟชั่นที่ติดตั้งในส่วนหน้าปัดแสดงสถานะความเร็วและรอบเครื่องยนต์เป็นแบบเข็มอนาล็อก ตัวปรับตั้งทริประยะทางใช้แบบหมุนไขลาน ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังความจุ 12 ลิตร แม้ไม่ได้บอกค่าว่ามีเหลืออยู่เท่าไร แต่จะมีสัญญาณไฟเตือนให้ผู้ขี่รับทราบหากเหลือน้อยหรือประมาณ 2 ลิตร

ต่อเนื่องมาที่ตำแหน่งสวิตช์แฮนด์ฝั่งขวาใช้ควบคุมการเปิด-ปิด การทำงานของเครื่องยนต์ พร้อมสัญญาณไฟฉุกเฉิน ส่วนแฮนด์ฝั่งซ้ายใช้ควบคุมไฟสูง-ต่ำ ไฟเลี้ยว แตร และไฟขอทาง แต่เวลาใช้ต้องกดด้านหน้าไม่ใช่ด้านหลัง เหมือนรถสมัยใหม่ทั่วไป

ขณะเดียวกันโมเดลที่ทำตลาดในไทยมีการติดตั้งถังดักไอน้ำมันอยู่บริเวณด้านล่างฝั่งซ้ายของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับสเปกที่ทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นแล้วอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ปรากฏ

ทั้งนี้ภาพรวมของตัวรถทั้งหมดแทบจะเหมือนยุคแรกในปี 1978 รวมถึงสิ่งสำคัญจะลืมไม่ได้ สำหรับจุดขายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ การใช้ระบบสตาร์ทเท้าตั้งแต่เริ่มต้นทำตลาดจนถึงปัจจุบัน โดยมาพร้อมตัวช่วยสวิตช์ยกวาล์วอยู่ที่แฮนด์ฝั่งซ้าย หากดึงแล้วสามารถกดคันสตาร์ทเพื่อหามาร์ก สำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้สะดวกขึ้น (เมื่อจับจังหวะได้แล้ว ตัวช่วยนี้ก็แทบไม่ได้ใช้)

อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นเอสอาร์คันที่ใช้การสตาร์ทด้วยมือ นั่นแสดงว่าเป็นการปรับแต่งติดตั้งเพิ่มเติม เข้าไปใหม่หลังออกจากโรงงานมาแล้วอย่างแน่นอน

ว่ากันที่สมรรถนะการขี่กันบ้าง เริ่มจากท่านั่ง ตำแหน่งการวางเท้า ความสูงของแฮนด์บังคับ ทุกส่วนอยู่ในระดับพอดีที่ให้ความสบายแก่ผู้ควบคุม เช่นเดียวกับระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังโช้กอัพคู่สามารถปรับค่าความแข็งของสปริงได้ โดยทั้งหน้าและหลังเซตมาค่อนข้างนุ่ม เน้นการใช้งานที่ไม่ต้องการความเร็วมากนัก สอดคล้องกับวงล้อรอบคันขนาด 18 นิ้ว ที่ใช้ระบบเบรกหน้า แบบดิสก์ หลังดรัม รับมือได้ดีไม่มีปัญหา สำหรับการขี่แบบชิลๆ ตามสไตล์รถแนวเรโทร

ส่วนของขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ SOHC สูบเดียว ขนาดความจุ 399 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 26 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 29 นิวตัน-เมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งมาเร็วทันใจ การส่งกำลังไหลลื่น ต่อเนื่องไม่มีสะดุด แม้ช่วงรอบสูงจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านจากเครื่องยนต์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียด เพราะเป็นเรื่องปกติของรถสูบเดียวพิกัดระดับนี้อยู่แล้ว

สำหรับความเร็วที่เหมาะสมในการใช้งานอยู่ระหว่าง 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ยามาฮ่าเคลมอัตราประหยัด น้ำมันเชื้อเพลิง 41 กิโลเมตร/ลิตร ด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ซึ่งเผื่อไว้ในจังหวะเร่งแซง ขณะที่ความเร็วในการทดลองขี่ครั้งนี้ เกียร์ห้า รอบเครื่อง 4,500 รอบต่อนาที ความเร็วอยู่ที่ 100 กม./ชม.

ท้ายที่สุดหากเปรียบการซื้อบิ๊กไบค์สักคันเหมือนกับของเล่นเพื่อแลกความเร้าใจ การเลือกควักจ่ายเงิน 265,000 บาท ให้กับบิ๊กไบค์แนวคลาสสิกนำเข้าจากแดนปลาดิบคันนี้ก็คงเหมือนซื้อของสะสม ซึ่งเน้นความสวยงามมีคุณค่าดั่งงานศิลปะที่อยู่เหนือกาลเวลา

ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองและการตัดสินใจ แต่ไม่ว่าจะเลือกอย่างไหนก็ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเหมือนกัน

ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์  26 มกราคม 2558   [7383 Views]



ดูคาติ ไฮเปอร์โมตาร์ด
Ducati Hyperstrada

บีเอ็มดับเบิลยู เอฟ800 จีเอส
BMW F800 GS

ฮอนด้า ซีบี500เอ็กซ์
Honda CB500X


ความคิดเห็นผ่าน Facebook



"สเปค/ราคา รถยนต์-จักรกลเกษตร"





รีวิวจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์
Honda CRF250 Rally
Triumph T120-Thruxton R
Honda CBR150R
Triumph Street Triple RX
Yamaha MT-07
Honda 500 Series
Suzuki V-Strom1000 ABS
Ducati Monster 821
Yamaha YZF-R3








หมวดรถยนต์-รถกระบะ หมวดรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ หมวดรถแทรกเตอร์ หมวดเครื่องยนต์เกษตร/อเนกประสงค์
โปรโมชั่น รถยนต์ ทุกรุ่น โปรโมชั่น จักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์ ทุกรุ่น สเปค-ราคา เครื่องยนต์เบนซิน 5-7แรงม้า
สเปค-ราคา รถอีโคคาร์ สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ เอที สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Kubota สเปค-ราคา เครื่องยนต์เบนซิน 8-15แรงม้า
สเปค-ราคา รถกระบะ 2ประตู สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ ครอบครัว สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Yanmar สเปค เครื่องยนต์ดีเซล 5-9แรงม้า
สเปค-ราคา รถกระบะ แค็บ สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ ออฟโรด สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ New Holland สเปค เครื่องยนต์ดีเซล 10-12แรงม้า
สเปค-ราคา รถกระบะ 4ประตู สเปค-ราคา รถจักรยานยนต์ สปอร์ต สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ John Deere สเปค เครื่องยนต์ดีเซล 14-16แรงม้า
สเปค-ราคา รถพีพีวี PPV สเปค-ราคา รถบิ๊กไบค์ Honda สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Massey Ferguson  
    สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Claas หมวดรถเกี่ยวนวดข้าว
    สเปค-ราคา รถแทรกเตอร์ Kioti สเปค-ราคา รถเกี่ยวนวดข้าว คูโบต้า ยันม่าร์ ฯ

  Follow 108engine     ติดต่อโฆษณา Advertise
  Copyright © 2000 - 2017  108EngineDotCom All Rights Reserved © สงวนลิขสิทธิ์