|
           
|

 |
ซื้อรถใช้แล้วมาใหม่
ทำอะไรบ้าง
คอลัมน์ เพื่อนช่างเพื่อคุณ
โดย ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ
อยุธยา
ก็เหมือนชื่อเรื่องนั่นแหละครับ
ผมกลับมารับคนใหม่ตามเคย
ลองคิดดูว่า
เมื่อคุณลงทุนซื้อรถยนต์มาใช้สักคัน เป็นคันแรกในชีวิต
แต่ไม่ใช่สองคันที่กำลังเป็นสิ่งที่พูดกันอยู่ทั้งเมืองในขณะนี้นะครับ
คือไม่ใช่ฮอนด้าซิตี้และโตโยต้าวิออส
ที่เห็นปุ๊บอาจจะหลงรักปั๊บได้ทั้งสองคัน
เพราะรูปร่างน่ารักมาก
จนหลายท่านอดใจแทบไม่ไหว
ก็เตือนกันเสียก่อนนะครับ
รถเล็กช่วงห่างระหว่างล้อซ้ายกับขวาไม่มากนัก
แต่รูปทรงสูงลิ่วอย่างนั้น เปนสิ่งที่คาดหวังได้เลยแน่นอน
ทั้งที่ไม่อยากคาดอยากหวังก็คือ ความโคลงของรถ
เมื่อขับเร็วแค่ตามกฎหมายกำหนด และอยู่บนเส้นทางที่มีลมปะทะด้านข้าง
เช่น บนทางด่วนบางนา-ชลบุรี หรือทางริมทะเล เช่น
ด้านหัวหินลงไปทางใต้
ทั้งสองคันน่าจะโคลงเหมือนกันทั้งคู่
หากคุณไม่อยากให้โคลงนัก ก็อาจจะต้องเปลี่ยน shock absorber
และสปริง เพื่อให้มั่นคงขึ้น แต่จะได้ความกระด้างกลับมา เพราะฉะนั้น
หากหลวมตัวซื้อไปแล้วก็ทำใจดีกว่าครับ ใช้รถด้วยความเร็วต่ำ
หากมีลมปะทะแล้วรถโคลงก็ต้องลดความเร็วลง
เพื่อให้ควบคุมง่ายขึ้นเท่านั้นเอง
ว่างๆ
จะเขียนเกี่ยวกับการดูลักษณะรถ
เพื่อเดาอาการได้บ้างกันเป็นครั้งคราวครับ
วันนี้ขอไปทางเรื่องการเตรียมรถยนต์ใช้แล้วให้ใช้งานได้ต่อไปอย่างสบายใจบ้างก่อนก็แล้วกัน
มีการเสนอแนะเอาไว้นานแล้วว่า
ซื้อรถยนต์ใช้แล้วอายุสักสามปีสี่ปีมาใช้
ควรจะเปลี่ยนของเหลวในรถออกให้หมดเพื่อนับหนึ่งกันใหม่
ของเหลวที่ว่านี่ คืออะไรบ้าง
น้ำมันเครื่อง แน่นอนครับ
ควรเปลี่ยนใหม่
ไม่ว่าจะดูว่าน้ำมันนั้นสะอาดมากเพียงไร
เพราะน้ำมันที่สะอาดเอี่ยม
อาจจะเป็นน้ำมันที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ หรือเปลี่ยนมานานแล้ว
แต่เป็นน้ำมันที่ขาดคุณภาพ
ไร้คุณสมบัติในการนำตะกอนมาแขวนลอยในน้ำมัน
เพื่อให้ตะกอนเข้าไปค้างอยู่ในกรองน้ำมันเครื่อง
หรือไม่มีคุณสมบัติทางการชะล้าง พูดง่ายๆ
ว่าเป็นน้ำมันที่เขาเอาไปกรองไปต้มมาให้ใช้กันอีกที
แบบน้ำมันปลอมก็ได้ เปลี่ยนออกเสียดีกว่า
แล้วเริ่มนับระยะทางกิโลเมตรและวันที่ใช้ใหม่ไปเลย
น้ำมันเบรก
ที่อาจจะให้อู่ดีๆ ดูด้วยการตรวจวัดสภาพน้ำมันเบรก หากยังพอใช้ได้
จะใช้ต่อไปก็ได้
แต่หากเปลี่ยนได้โดยไม่เปลืองงบประมาณที่เตรียมไว้นัก
ผมว่าเปลี่ยนไปเลยน่าจะดีกว่า
น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย
เปลี่ยนไปเลยดีที่สุด
เพราะราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับระยะใช้งานที่เกินห้าหมื่นกิโลเมตร
น้ำมันพาวเวอร์พวงมาลัย
เปลี่ยนไปดีที่สุดครับ
น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ
อันนี้ควรเปลี่ยนใหม่เลย
โดยการไล่น้ำมันเก่าออกแล้วใส่น้ำมันใหม่เข้าไปดันความสกปรกออกจากตัวเกียร์เสียให้หมด
แล้วก็มาถึงน้ำระบายความร้อน
ที่เราคงต้องพูดกันยาวสักนิดครับ
น้ำระบายความร้อนของรถยนต์อายุสามสี่ปี
ที่ผู้ใช้คนแรกมักจะเข้าศูนย์บริการเป็นประจำ ก็จะเป็นน้ำสี
สีแดงหรือเขียวก็แล้วแต่ อันเป็นน้ำที่ผสมน้ำยารักษาหม้อน้ำ
และช่วยทำให้การเดือดของน้ำเลื่อนอุณหภูมิออกไป
ตามด้วยการไม่แข็งตัวของน้ำ
น้ำยานี้เป็นสิ่งสำคัญมากในการรักษาเครื่อง
ยนต์ เพื่อไม่ให้อะลูมิเนียมเกิดการเป็นตะกรันออกมาจากผิว
และช่วยรักษาไม่ให้เหล็กเป็นสนิม
ไม่ว่าท่านจะได้ยินจากใครที่ใดมาก็ตามว่าใช้รถมาเป็นสิบปี
เติมน้ำธรรมดาเท่านั้น ไม่เห็นเป็นอะไร
อย่าเชื่อครับ
อย่าเชื่อเด็ดขาด
เพราะผู้ที่บอกกับท่านอย่างนั้นมักจะเป็นคนที่ไม่รักรถ
ไม่เคยตรวจดูสนิมในระบบระบายความร้อนของรถที่ตัวเองใช้อยู่เลย
หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่เคยใช้รถคันใดเกินกว่าสองปี
ทำให้ไม่รู้ผลของการใช้น้ำไม่ว่าจะสะอาดอย่างไรใส่เข้าไปในระบบระบายความร้อนของรถยนต์
และที่แน่ๆ
ก็มักจะเป็นผู้มีความกดดัน ไม่รู้จะระบายออกอย่างไร
เลยนำเรื่องราวที่ตัวเองก็ไม่รู้จริงมากล่าวบอกเล่ากับคนอื่น
ในที่ที่ทำได้ เพื่ออะไรก็ไม่แน่ชัด
แต่อย่าหลงหลวมตัวไปฟังไปเชื่อเข้านะครับ
รถยนต์คันหนึ่งๆ
ราคาสูงกว่าการรักษาเครื่อง
ยนต์ด้วยน้ำสะอาดมากมายนัก
ดังนั้น ตรวจดูครับ
ถ้าหากน้ำระบายความร้อนของท่านมีน้ำยาอยู่ดีและไม่มีสนิมปรากฏก็ควรเปลี่ยนน้ำยาได้แล้ว
เพราะน้ำยานั้นมักจะใช้ได้ทนทานนานประมาณหนึ่งปีหรือสองปีเป็นอย่างมาก
ถ่ายน้ำออกแล้วเปลี่ยนน้ำใหม่
ใช้น้ำสะอาดผสมกับน้ำยาตามสัดส่วนที่ระบุไว้ข้างกระป๋อง
อย่าให้มากกว่าที่ระบุไว้นะครับ เพราะน้ำยาล้วนๆ
ทั้งหมดเองไม่ได้ช่วยให้ระบายความร้อนได้ดีเท่ากับมีน้ำอยู่ด้วย
เปลี่ยนใหม่นี่จะใช้น้ำยาอะไรผสมก็ได้
แต่ควรจะใช้น้ำยาผสมนะครับ
ผมมักเลือกใช้ Peak
หรือน้ำยาของโตโยต้า ฮอนด้า วอลโว่ และเบนซ์
อย่างใดอย่างหนึ่งที่ผมจะเลือกใช้ตามสะดวก
คือหาอะไรในสี่ห้าอย่างที่ว่านี่ได้ ก็ใช้อันนั้นแหละครับ
เพราะเท่าที่พบมาเป็นน้ำยาที่ใช้ได้กับเครื่องยนต์อะลูมิเนียม
และเหล็กเป็นอย่างดีทั้งหมด
ใช้ผสมกับน้ำ
ปกติน้ำยาที่ผมบอกจะผสมกับน้ำในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง
คือน้ำหนึ่งกระป๋องน้ำยา กับน้ำยาหนึ่งกระป๋อง
และเวลาจะเติมน้ำ หากน้ำลงๆไปก็ใช้น้ำสะอาดจากไหนก็ได้ครับ
เติมลงไปเท่านั้นก็พอ ไม่ต้องเลือกน้ำกลั่น น้ำประปา น้ำฝน
น้ำกรองอะไรหรอก
ขอให้เป็นน้ำที่สะอาดดีเท่านั้น
ก็พอแล้วครับ
|
 | |

|
ประจำวัน
พร้อมด้วย เรื่องเด่นฉบับพรุ่งนี้
คลิก
|
by Bangkok Post
|
 |