go




วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2545


ข่าวหน้าหนึ่ง

ต่างประเทศ

กีฬา



เสาร์สวัสดี
จุดประกายวรรณกรรม

กรุงเทพวันอาทิตย์

@Taste

ยานยนต์

กรุงเทพไอที

Biz & Money

เนชั่นสุดสัปดาห์

ไขปัญหาภาษี



สีสันยานยนต์ : ตรวจสภาพรถก่อนซดน้ำมัน

ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์ในบ้านเราจะมีจำนวนรถมากมายหลายรุ่น หลายยี่ห้อ แต่การจะหาซื้อรถสักคันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะปัจจุบันรถยนต์มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังการซื้อรถมาใช้แล้ว ความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้รถยนต์ก็ยังตามมาอีก นั่นคือ ปัญหาจุกจิกที่เกิดขึ้นกับรถ

ไม่ว่าจะหนักหรือเบา ต่างเป็นสิ่งที่เจ้าของรถไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานานหลายปีด้วยแล้ว ปัญหาต่างๆ ก็จะมีบ่อยครั้งขึ้น รถยนต์ก็เหมือนกับสินค้าประเภทอื่นๆ ที่ใช้ไปต้องเกิดการสึกหรอ และเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา

ปัญหาใหญ่ที่มักเกิดขึ้นกับรถยนต์ที่มีสภาพการใช้งานไปนานๆ ก็คือ ปัญหาเครื่องยนต์สึกหรอ ซึ่งเครื่องยนต์ที่มีสภาพการใช้งานมายาวนาน ความสึกหรอที่เกิดขึ้นก็จะมีมากตามมา เจ้าของรถบางรายอาจจะยอมเสียเงินซ่อมเป็นครั้งๆ เมื่อเกิดปัญหา แต่บางรายอาจจะยอมเสียเงินมากหน่อย ยกเครื่องกันไปเลยก็มี

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของรถหมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ รถยนต์ก็จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น อีกทั้งยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งการประหยัดนี้นอกจากเจ้าของรถจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าซ่อมบำรุงแล้ว การตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยประหยัดในเรื่องของค่าน้ำมันที่ต้องจ่ายไปในแต่ละวันอีกด้วย

โดยเฉพาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังไม่รู้ว่า สงครามระหว่างอิรักกับอเมริกาจะเกิดขึ้นหรือไม่และเมื่อไร ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก และในประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากที่น้ำมันเบนซินเคยราคา 10 บาท พุ่งสูงขึ้นมาถึง 16-17 บาท ซึ่งก็มีผลกับผู้ใช้รถโดยตรง ดังนั้น ทำให้ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานออกมารณรงค์ให้ผู้ใช้รถร่วมกันประหยัดพลังงาน และหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจขณะนี้ก็คือ "โครงการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน" โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน

สำหรับโครงการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ เพื่อประหยัดพลังงานนี้ เป็นหนึ่งในแนวทางที่กระทรวงพลังงานต้องการผลักดันให้มีการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มมากขึ้น ด้วยการให้ผู้ใช้รถนำรถยนต์เข้าตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพการเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของรถประหยัดน้ำมันได้อย่างน้อย 5-10%

โครงการนี้นอกจากกระทรวงพลังงานแล้วยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอู่กลางการประกันภัย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมขนส่งทางบก และผู้ผลิตรถยนต์ ที่ร่วมกันจัดให้มีบริการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน โดยเป็นการให้บริการฟรีไม่คิดค่าแรง ซึ่งปกติโดยทั่วไปแล้ว การตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นอู่ซ่อมรถ หรือศูนย์บริการรถยนต์ จะต้องเสียค่าบริการครั้งละ 500 บาทขึ้นไป แต่สำหรับโครงการนี้เป็นการให้บริการฟรีที่นับได้ว่ามีประโยชน์ต่อเจ้าของรถอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรถเก่า

สำหรับประเภทรถยนต์ที่ให้บริการในช่วงแรก จะเริ่มที่เครื่องยนต์เบนซินก่อน โดยสถานที่ที่ให้บริการนั้น คือ กรมการขนส่งทางบก สถานีบริการน้ำมัน ปตท.จำนวน 10 แห่ง โดยจะมีการหมุนเวียนกันไป ทั้งนี้ การที่ต้องหมุนเวียนกันไปก็เพราะว่ายังมีข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องมือที่ยังมีปริมาณไม่เพียงพอ

ปตท.ชี้แจงว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้เพื่อรณรงค์ให้กลุ่มเป้าหมายนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะส่งผลตามาต่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าของรถบางรายไม่ทราบว่าจะต้องดูแลและตรวจสอบสภาพรถอย่างไร ดังนั้นแนวทางในการทำโครงการนี้จึงเกิดขึ้น

"กลุ่มเป้าหมายหลักเราคงไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นรถใหม่ หรือรถเก่า รถทุกคันสามารถเกิดปัญหาได้หมด นอกจากการตรวจเช็คสภาพเครื่องแล้ว เรายังมีการแนะนำ และให้คำปรึกษากับเจ้าของรถด้วยว่า เขาควรดูแลรักษารถอย่างไร เพื่อให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน สำหรับความสามารถในการรับรถได้ถึง 200 คัน ซึ่งรวมสถานที่ตรวจเช็คทั้งหมด ทั้งของ ปตท.กรมการขนส่งทางบก และศูนย์ตรวจสภาพเคลื่อนที่ สำหรับงบประมาณในการทำโครงการนี้เราใช้ประมาณ 1.5 ล้านบาท"

ทั้งนี้ เจ้าของรถบางคนอาจสงสัยว่า โครงการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงานนี้ มีความแตกต่างจาก ศูนย์ตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) อย่างไร ความแตกต่างก็คือศูนย์ ตรอ.นั้นเจ้าของรถจะต้องเสียค่าใช้จ่าย 150 บาทต่อการตรวจ 1 ครั้ง ซึ่งจุดประสงค์ของการตรวจสภาพนี้จะเป็นรถที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป เพื่อนำใบตรวจสภาพนี้ไปเสียภาษีรถยนต์ประจำปี อีกทั้งการตรวจของศูนย์ ตรอ.ก็จะเน้นไปที่ไอเสียเป็นหลัก รวมไปถึงระบบไฟ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และก้านปัดน้ำฝนติดหรือไม่

แต่การตรวจเพื่อการประหยัดนี้ จะมีรายละเอียดของการตรวจเช็ค คือ เริ่มตั้งแต่การตรวจระบบเดินเบา ระบบจุดระเบิด หัวเทียน ทองขาว คอนเดนเซอร์ ฝาจานจ่าย ท่อไอเสีย ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ ตรวจวัดลมยาง เป็นต้น

การตรวจสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เจ้าของรถสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ใครที่สนใจก็สามารถนำรถไปตรวจเช็คก็ยังทัน เพราะโครงการนี้เปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ และมีไปจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2546




About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy

copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.
All Right Reserved, Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com