go




วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2545


ข่าวหน้าหนึ่ง

ต่างประเทศ

กีฬา



เสาร์สวัสดี
จุดประกายวรรณกรรม

กรุงเทพวันอาทิตย์

@Taste

ยานยนต์

กรุงเทพไอที

Biz & Money

เนชั่นสุดสัปดาห์

ไขปัญหาภาษี



ออโต้คลีนิค 2003 : เครื่องยนต์ดีเซล ปี 2546

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา รัฐบาลใจดีประกาศให้วัน ที่ 30 ธันวาคม เป็นวันหยุดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน เลยกลายเป็นวันหยุดต่อ เนื่องยาว 5 วัน คนเมืองกรุงแท้และเมืองกรุงเทียมจึงเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันจ้าละหวั่น คนกรุงแท้ก็ออกไปท่องเที่ยวตามหัวเมืองหวังรับลมหนาว ปรากฏว่า มีแต่ลมร้อนและลมอุ่น ส่วนคนกรุงเทียมก็กลับไปเยี่ยมถิ่นฐานบ้านเกิดกันเป็นแถว ทำให้มีสถิติอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งที่หากจะนับจำนวนครั้งสถิติน่าจะลดลง แต่บังเอิญว่าปีนี้มีรถบัสเข้าร่วมขบวนการอุบัติเหตุด้วย สถิติเมื่อนับจากจำนวนคนเจ็บและตายจึงสูงมากขึ้น

ผมเองเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่บ้านเกิดอยู่เพียงวันเดียว หลังจากนั้นก็ขลุก

อยู่กับงานในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งออกตระเวนหาอาหารรับประทาน โดยปีนี้ผมเน้น

ไปที่ ก๋วยเตี๋ยวปลา เป็นหลัก เพราะเมื่อเกิดอาการเบื่ออาหารหรือกลับจากต่างประเทศทีไร อาหารสองอย่างที่ผมนึกถึงเป็นประจำคือ ข้าวผัดกะเพราหมูสับ

กับไข่ดาวและ บะหมี่ปลาต้มยำรสแซ่บร้อนๆ

ก๋วยเตี๋ยวปลาที่อร่อยขอเพียงลวกเส้นพอดีไม่ยุ่ยเกินไป ลูกชิ้นปลาไม่

เหม็นคาว ส่วนที่เป็นของทอดต้องใช้น้ำมันใหม่ไม่เหม็นกลิ่นหืน ถั่วป่นต้องคั่วใหม่

ไม่เหม็นอับ น้ำปลาดีไม่มีกลิ่นคาว และไม่เค็มจัดจนโดด น้ำส้มสายชูต้องใสและสะอาด เท่านี้ก็เพียงพอต่อความอร่อย ส่วนผมเน้นที่ต้องไม่ใส่ผงชูรสอีกอย่างหนึ่งด้วย

เจ้าประจำที่ผมนั่งรับประทานก็เช่น ร้านเจริญชัย ก่อนถึงสะพานใหม่ดอนเมือง ตรงหน้าโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล ร้านตรงบริเวณห้าแยกคลองเตยและร้านสามศรีพี่น้องวัยรวมกันเกือบสองร้อยปีที่ซอยวิภาวดี 16/7 หรือซอยมานิต้า

ร้านหลังนี้หากจะกินต้องใจเย็นๆ มากๆ ทั้งสามร้านนั้น ร้านเจริญชัยที่จอด

รถสะดวกกว่าที่อื่น อีกสองร้านหาที่จอดรถไม่ค่อยได้ ผมจึงอาศัยช่วงปีใหม่ตระเวน

กินจนหายอยาก หลักการกินก๋วยเตี๋ยวของผม ไม่ว่าจะเป็นร้านไหน จะต้องไม่ปรุงอะไรเลยในชามแรก ทำมาให้อย่างไรผมจะกินอย่างนั้น ถึงจะพิสูจน์รสชาติแท้ๆ กันได้ถึงโคนลิ้น ใครจะลองหาอาหารอร่อยแล้วชิมแบบผมดูก็ได้ครับไม่ต้องปรุงให้เสียน้ำใจพ่อครัวแม่ครัวเปล่าๆ

ช่วงก่อนส่งท้ายปีผมมานั่งทบทวนดูถึงตลาดรถยนต์เมืองไทยของเราใน

ปีนี้ ผมเชื่อว่าเครื่องยนต์ดีเซลจะแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีรถ

เก๋งเครื่องยนต์ดีเซลจากยุโรปเข้ามาแข่งกันมากหน้าหลายตาแล้ว รถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลักเอง ต่างก็มีการทุ่มเทแข่งขันกันมากขึ้น มีการนำเอา

เครื่องยนต์ดีเซลที่พัฒนามากขึ้นมาใส่ลงไปในรถ

เหตุผลที่เครื่องยนต์ดีเซลได้รับความสนใจมากขึ้น เป็นอานิสงส์มาจากทวีปยุโรป ที่ตื่นเต้นเรื่องของการลดมลพิษจากไอเสียเครื่องยนต์ แถมด้วยความ

พยายามในการลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอย่างจริงจัง ถึงขนาดมีการออก

มาตรการต่างๆ ที่เรารู้จักกันดีก็เช่นมาตรการเรื่องการควบคุมมลพิษที่เรียกกันว่ามาตรฐาน อียู และสัตยาบันว่าด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันที่รู้จักกันในนามสัตยาบัน 3/100 เป็นต้น

รถยนต์เก๋งนั่งในยุโรปที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลได้รับการยอมรับมากกว่าภาคพื้นอื่นๆ ในโลกนี้ ทั้งที่คนยุโรปมีวัฒนธรรมการใช้รถแตกต่างไปจากแหล่งอื่นๆ

กล่าวคือคนยุโรปส่วนใหญ่ มักจะนิยมรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพของการขับขี่ออกไปในแนวทางสปอร์ต ซึ่งมักจะเป็นจุดตายจุดด้อยของเครื่องยนต์ดีเซล

แต่บรรดาวิศวกรของยุโรป ต่างก็สามารถพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลที่มี

ขนาดความจุของห้องเผาไหม้ไม่มากนัก แต่ให้ประสิทธิภาพการเร่งแซงที่ดี ใช้ร่วม

กันกับเกียร์ที่มีอัตราทดลงตัว ความเร็วตีนปลายอาจจะไม่มากเท่ากับที่คนยุโรป

หวังกันนัก เช่นเครื่องยนต์ระดับ 2000 ซีซี. อาจจะให้ความเร็วปลายเพียงแค่

200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่อัตราเร่งแซงดีใกล้เคียงกับเครื่องยนต์เบนซิน เพราะ

ส่วนใหญ่ใช้ระบบอัดอากาศแบบมีเทอร์โบชาร์จเจอร์มาช่วย ซึ่งนอกจากจะช่วย

ด้านอัตราเร่งแล้ว เจ้าเทอร์โบชาร์จเจอร์ยังทำให้ส่วนผสมระหว่างอากาศกับน้ำมันดีเซลอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตลอดเวลาทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากขึ้นมลพิษ

จากไอเสียจึงน้อยลงด้วย

มีเพียงปัญหาเรื่องเสียงของเครื่องยนต์และการสั่นสะเทือนเท่านั้นที่แม้ว่าจะ

ได้รับการพัฒนามากขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ใกล้เคียงกันกับเครื่องยนต์เบนซินในเรื่องเสียงของเครื่องยนต์นั้นเครื่องยนต์ดีเซลจากยุโรปจะมีเสียงดังกว่าเครื่องยนต์ดีเซลของญี่ปุ่น เนื่องมาจากระบบการขับเคลื่อนปั๊มดีเซลที่ยังมีแนวคิดแตกต่างกัน แต่ผู้ผลิตรถยนต์แก้ไขเบื้องต้นด้วยวิธีการกรุป้องกันเสียงไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสาร ในขณะที่ปัญหาแรงสะเทือนขณะเครื่องยนต์ทำงานนั้น แก้ไขด้วยการติดยางรองแท่นเครื่องที่สามารถซับแรงสะเทือนให้ได้มากที่สุด

ตลาดเครื่องยนต์ดีเซล ในเมืองไทยนอกจากจะมีรถยนต์เก๋งจากยุโรปที่

ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มเข้ามาทำการตลาดแล้ว รถยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมเช่น

รถยนต์ MPV ขนาดกลางอย่างเกีย คาเรน ก็มีการนำเอาเครื่องยนต์ดีเซลมาจำหน่ายโดยมีข่าวว่า ซาฟิร่า ก็กำลังศึกษาเรื่องเครื่องยนต์ดีเซลอยู่ด้วย

ส่วนทางด้านน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นหลังจากที่ เชลล์ ออก เพียวร่าไปแล้ว บางจากก็นำเอาน้ำมันบางจากเพาเวอร์ดี ดีเซล ที่มีค่า ซีเทนระดับ 47 และมีค่ากำมะถันต่ำเพียง 0.03 มาจำหน่ายในราคาปกติด้วย เพียงแต่ระยะนี้จำหน่าย

เฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น ส่วนรายอื่นๆ แน่นอนว่ามีการเปิดตัวใน

ปีนี้อย่างแน่นอนสำหรับน้ำมันดีเซลคุณภาพสูงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จำหน่ายและผู้ที่กำลังคิดจะใช้รถเก๋งเครื่องยนต์ดีเซลได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้หากมีรถเก๋งจากญี่ปุ่นรายใดรายหนึ่งนำเอาเครื่องยนต์ดีเซล

มาสู่ตลาดเมืองไทย รับรองได้ว่าเวลานั้นจะเป็นเวลาที่จะเร่งการเจริญเติบ

โตของเครื่องยนต์ดีเซลให้แพร่หลายมากขึ้น เพราะการแข่งขันจะรุนแรง

มากขึ้น สรุปได้ว่าอนาคตสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในปีนี้ และอีกอย่างน้อยสามปีข้างหน้ายังสดใสซาบซ่าอีกไกลครับ




About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy

copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.
All Right Reserved, Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com