![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
![]() |
วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2545 | ||
![]() | ||
|
![]() |
![]() เซปตี้คอร์เนอร์ : ขับรถกลางคืนขณะฝนตก เป็นที่ทราบดีว่าฝนตกถนนมักจะลื่น ทัศนวิสัยการขับขี่ลดลงและมักเกิดอุบัติเหตุตามมา ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสามปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเสมอไป เพราะคงมีเพียงเฉพาะรถจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ประสบอุบัติเหตุ ฝนตกเป็นธรรมชาติที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้ แต่การขับรถขณะฝนตกถนนลื่นเราสามารถป้องกันได้ด้วยหลักการและวิธีการขับอย่างถูกต้อง ก่อนจะกล่าวถึงรายละเอียดต่างๆ ก็ขอเรียนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถในเวลากลางคืนขณะฝนตกคือ การแน่ใจว่าไฟเบรกสมบูรณ์สว่างทุกดวง
สิ่งแรกที่จำเป็นอย่างมากคือ การปรับลดความเร็วลงให้น้อยกว่าสภาพถนนแห้งปกติ จะปรับมากปรับน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพการณ์ ถ้าตกหนักก็ใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับระยะที่สายตามองเห็นไปข้างหน้า กรณีฝนตกกลางคืนก็ให้ใช้ความเร็วอย่าเกินระยะไฟส่องสว่าง ให้ใช้ไฟต่ำเป็นเกณฑ์กำหนด โดยทั่วๆ ไปไฟต่ำจะส่องสว่างไปข้างหน้าประมาณ 20-30 เมตร (ระยะเห็นชัด) ดังนั้นความเร็วที่เหมาะสมที่แนะนำก็ควรจะประมาณ 20 -30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องยอมเสียเวลาบ้าง ลดความเร่งรีบ พยายามหลีกเลี่ยงการสลับช่องทางหรือหากจะสลับช่องทางก็ให้ตรวจสอบรอบๆ ด้าน ให้สัญญาณไฟเลี้ยวประมาณ 3-4 ครั้ง เพื่อบอกความประสงค์ของตนเอง และก่อนจะสลับช่องทางให้มองกระจกข้างรวมทั้งหันหน้ามองข้ามหัวไหล่เพื่อตรวจสอบจุดบอดของมุมกระจกด้วย เว้นระยะห่างและหลีกเลี่ยงการขับตามรถล้อใหญ่หรือรถสูง ละอองน้ำจากการหมุนของล้อรถคันใหญ่ๆ จะมีรัศมีแผ่กระจายมากกว่ารถล้อเล็กๆ หากขับเว้นระยะไม่ห่างก็มีผลต่อการมองเห็นและลดทัศนวิสัย การขับห่างๆ และเปิดไฟต่ำจะช่วยให้มองเห็นปฏิกิริยาของรถคันหน้าได้ชัดเจนกว่า เพราะไฟเบรกของคันหน้าจะชัดเจนหรือสว่างมากขึ้นเมื่อไฟของรถคันหลังส่องไม่ถึงไฟท้ายของคันหน้า การทดสอบสภาพของระบบเบรกและการทรงตัวของรถยนต์ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้าม หมายความว่าเมื่อเจอฝนกำลังตกและเราจำเป็นต้องเดินทางต่อไปที่ปลายทาง เราไม่รู้ว่าระหว่างต้นทางถึงปลายทางเราจะประสบกับปัญหาอะไรบ้าง การทดสอบสภาพของเบรกและการทรงตัวก็เพื่อการตรวจสอบ สมมติว่าพบปัญหา ก็พยายามระมัดระวังซึ่งทำได้หลายๆ วิธี เช่น ลดความเร็ว หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน ไม่เบรกแรงๆ การทดสอบระบบและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นระยะๆ ในหลักของการขับอย่างปลอดภัยก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำ แต่เขาบอกว่าหากเป็นไปได้ก็ควรทดสอบเป็นระยะๆ ของการขับรถยนต์หรือเดินทางไกลๆ หลักการนี้ปฏิบัติได้ทั้งสภาพถนนปกติและฝนตก เขาแนะนำว่าทุกๆ ประมาณ 50 กิโลเมตร ให้ทดสอบเบรก เพียงแค่แตะเบรกดูไม่ต้องให้รถหยุด เหตุผลของการทดสอบก็เพื่อต้องการความมั่นใจว่าระบบเบรก และระบบการทรงตัวของรถนั้นมีความปกติ ทดสอบระบบแตร เมื่อขับกลางคืนให้ทดสอบระดับของไฟส่องสว่างด้วย ตรวจสอบดูว่าไฟสูงและไฟต่ำสว่างปกติหมดทุกดวงหรือไม่ หลักการข้อนี้เป็นของต่างประเทศและเขานิยมใช้เมื่อต้องการเดินทางข้ามรัฐหรือเมือง ซึ่งอยู่ห่างกันมากๆ หากพบปัญหาใดก็สามารถแก้ไขได้ทันเพื่อไม่ต้องกังวลใจกับการเดินทาง เพราะบางครั้งต้องเดินทางหลายร้อยกิโล อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อขับกลางคืนขณะฝนตก เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ ขอเพียงให้ยอมรับกับความจริงว่าเราหยุดฝนไม่ได้ แต่เราสามารถปรับความเร็ว ปรับระยะเวลาของการเดินทางและระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตัวของเรา ผมขอฝากไว้ว่า ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะขับรถหรือว่าประกอบอาชีพใดๆ ก็ตามนะครับ
|
![]() |
| ||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
![]() |
About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy |
![]() |
| copyright @ 2000 Nation Group /
Produced & Designed by : KT Internet Dept. All Right Reserved, Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com ![]() |
|