• หน้าแรก
  • รุ่นรถยนต์/อีวี
  • รุ่นจักรยานยนต์
  • รุ่นรถแทรกเตอร์
  • รถเกี่ยวข้าว/Smart Farm
  • เครื่องยนต์อเนกประสงค์
  • ค้นหาผู้จำหน่าย
  • กระดานซื้อขาย/MotorShow
  • ข่าวเด่นรถยนต์Œ/รีวิวรถยนต์
  • ติดต่อโฆษณา

ข่าวรถแทรกเตอร์-เกษตรอัจฉริยะ | ข่าวรถยนต์-รถอีวี | ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์

โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์ | โปรโมชั่น รถยนต์ | โปรโมชั่น รถจักรยานยนต์


นิสสัน มอเตอร์ เตรียม ปรับโครงสร้าง
เน้นตลาดหลัก-เปิดตัวรถใหม่ 12 รุ่น อีก 18 เดือน

 


มาโคโตะ อูชิดะ


ขอบคุณ MGR Online (15 มิ.ย. 2020) [1845 Views]

การระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2020 ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อทุกอุตสาหกรรมซึ่งก็รวมถึงรถยนต์ทั่วโลกมีแนวโน้มที่สอดคล้องกันทุกแบรนด์ นั่นคือ ยอดขายลดลงและไม่สามารถทำการผลิตรถยนต์ได้ ซึ่งที่ตามมาคือ ความจำเป็นที่จะต้องปรับแนวทางในการดำเนินการขององค์กรเพื่อให้สอดคล้องและอยู่รอดในบริบทใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม และแน่นอนว่าข่าวการปลดคนงานและปิดสายพานการผลิตถือเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับนิสสันที่ผ่านมาการปรับตัวเพื่ออยู่รอดในสภาพที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ต่างจากทุกแบรนด์ในแง่ของรูปแบบของการดำเนินการ ในเมื่อโรงงานไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้ และปริมาณยอดซื้อของรถยนต์ทั่วโลกหดตัวชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ดังนั้นโรงงานหลายแห่งทั่วโลกของพวกเขาจำเป็นต้องยุติการผลิตอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับการย้ายฐานการผลิตจากประเทศหนึ่งมายังอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ การย้ายฐานการผลิตรถยนต์จากอินโดนีเซียมาที่ประเทศไทย

เราพิจารณาอย่างดีแล้วถึงเรื่องการปิดโรงงานที่อินโดนีเซีย มาโคโตะ อูชิดะ ซีอีโอของนิสสัน กล่าว ‘การผลิตรถยนต์สำหรับภูมิภาคนี้จะอยู่ที่ประเทศไทย สำหรับตลาดยุโรปตะวันตก เราจะยังคงการผลิตที่โรงงานในซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษเอาไว้เพราะผลิตรถยนต์รุ่นหลักๆ ของเราในตลาดแห่งนี้’

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ซันเดอร์แลนด์ซึ่งมีคนงานอยู่ราวๆ 6,000 คนและมีกำลังการผลิตรถยนต์ต่อปีอยู่ที่ 440,000 คัน เพราะนิสสันเผยถึงความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อโรงงานเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้ หรือมีนัยยะหมายถึงการลดขนาดลงเพื่อให้ค่าใช้จ่ายลงตามแผนหลัก ที่คาดว่าจะต้องลดต้นทุนลงถึง 2.3 พันล้านยูโร

ตรงนี้ทำให้เกิดข่าวร้ายสำหรับชาวบาร์เซโลน่า เพราะนิสสันสั่งปิดโรงงานที่นี่เป็นแห่งต่อมาและทำให้คนงานราว 3,000 คนต้องตกงาน หรือมากถึง 20,000 คนถ้ารวมทั้งระบบการผลิตในส่วนของชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ที่จะต้องส่งให้กับ นิสสันจนนำไปสู่การประท้วงครั้งใหญ่ โดยการปิดโรงงานที่สเปนทำให้นิสสันไม่เหลือสายการผลิตที่อยู่ในประเทศในกลุ่ม EU เลย อีกทั้งยังมีการประเมินอีกว่า การสั่งปิดและย้ายฐานการผลิตน่าจะมีขึ้นอีกหลังจากนั้น หากพวกเขาต้องเดินหน้าตามแผนการลดต้นทุนให้สอดคล้องกับตัวเลขที่ต้องการ

ทั้งหมดเป็นผลกระทบมาจากโควิด-19 ที่ทำให้ตลาดรถยนต์ทั่วโลกของนิสสัน ลดลงถึง 62% ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาโดยมียอดขายเพียงแค่ 150,388 คันเท่านั้น (ขณะที่ตลาดรถยนต์ทั่วโลกลดลง 42%) อีกทั้งจากการเปิดเผยผลประกอบการในรอบปีธุรกิจที่ผ่านมา นิสสันต้องประสบปัญหาขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีด้วยตัวเลขขาดทุนมากกว่า 40.5 พันล้านเยนหรือราวๆ 5.6 พันล้านยูโร ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปรับตัวใหม่ทั้งในเรื่องขององค์กรและกำลังการผลิตทั่วโลก

แล้วจะต้องเดินหน้าไปอย่างไร ?

นอกจากการประกาศปิดโรงงาน 2 แห่งแล้ว นิสสันเองก็ยังได้เปิดเผยแผนฟื้นฟูที่จะต้องลดต้นทุนตลอดช่วง 4 ปีนับจากนี้ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการสร้างผลกำไร ภายในสิ้นปีงบประมาณปี 2023 โดยแผนปฏิรูปการดำเนินธุรกิจนี้ยังครอบคลุมถึงการจัดการต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ขององค์กรจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจมากจนเกินไป

ภายใต้แผนระยะ 4 ปีนี้ นิสสันตัดสินใจที่จะปฏิรูปการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยลดธุรกิจที่ไม่ทำกำไรและโรงงานที่เกินความจำเป็นลงควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมลดต้นทุนคงที่โดยพิจารณากำลังการผลิตรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่จำหน่ายอยู่ทั่วโลกและรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆภายใต้การบริหารจัดการอย่างมีระเบียบแบบแผน โดยมุ่งให้ความสำคัญและลงทุนในธุรกิจที่จะช่วยให้ฟื้นฟูองค์กรให้สร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนเท่านั้น

นิสสันคาดการณ์ว่าการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว จะช่วยให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรจากผลการดำเนินงานที่ 5 % และมีสัดส่วนทางการตลาดทั่วโลกคิดเป็น 6 % เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณปี 2023 ซึ่งรวมถึงสัดส่วนรายได้ที่มาจากการร่วมลงทุน 50 % ในประเทศจีน

“แผนปฏิรูปของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้เกิดการเติบโตอย่างมั่นคง แทนที่จะให้ความสำคัญต่อการเพิ่มยอดขายมากจนเกินไป โดยนิสสันจะมุ่งเน้นเรื่องความสามารถหลักขององค์กร พร้อมยกระดับคุณภาพทางธุรกิจ และรักษาระเบียบวินัยทางการเงิน รวมถึงรายได้สุทธิต่อหน่วยเพื่อสร้างผลกำไรตามเป้าที่วางไว้ โดยทั้งหมดนี้จะมีการดำเนินงานควบคู่ไปกับการรื้อฟื้นวัฒนธรรม “ความเป็นนิสสัน” เพื่อเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของนิสสันอย่างแท้จริง” มาโคโตะ อูชิดะ กล่าว

แผนระยะ 4 ปีของนิสสัน วางอยู่บนกลยุทธ์ 2 ด้าน ที่ คือ การให้ความสำคัญกับตลาดหลักและรถยนต์รุ่นสำคัญ ส่วนอีกข้อหนึ่งคือ กระบวนการทำให้เกิดประสิทธิภาพ แนวทางปฏิบัติเพื่อปรับโครงสร้าง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ดูรายละเอียดล้อมกรอบ)


นิสสัน Ariya SUV พลังไฟฟ้ามาแน่ตามแผนการฟื้นฟูครั้งนี้

นิสสันคาดการณ์ว่าการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว จะช่วยให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรจากผลการดำเนินงานที่ 5 % และมีสัดส่วนทางการตลาดทั่วโลกคิดเป็น 6 % เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณปี 2023 ซึ่งรวมถึงสัดส่วนรายได้ที่มาจากการร่วมลงทุน 50 % ในประเทศจีน

“แผนปฏิรูปของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้เกิดการเติบโตอย่างมั่นคง แทนที่จะให้ความสำคัญต่อการเพิ่มยอดขายมากจนเกินไป โดยนิสสันจะมุ่งเน้นเรื่องความสามารถหลักขององค์กร พร้อมยกระดับคุณภาพทางธุรกิจ และรักษาระเบียบวินัยทางการเงิน รวมถึงรายได้สุทธิต่อหน่วยเพื่อสร้างผลกำไรตามเป้าที่วางไว้ โดยทั้งหมดนี้จะมีการดำเนินงานควบคู่ไปกับการรื้อฟื้นวัฒนธรรม “ความเป็นนิสสัน” เพื่อเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของนิสสันอย่างแท้จริง” มาโคโตะ อูชิดะ กล่าว

แผนระยะ 4 ปีของนิสสัน วางอยู่บนกลยุทธ์ 2 ด้าน ที่ คือ การให้ความสำคัญกับตลาดหลักและรถยนต์รุ่นสำคัญ ส่วนอีกข้อหนึ่งคือ กระบวนการทำให้เกิดประสิทธิภาพ แนวทางปฏิบัติเพื่อปรับโครงสร้าง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ดูรายละเอียดล้อมกรอบ)

บทบาทของไทยในอาเซียน

จริงๆ แล้วถือว่าไม่มีอะไรน่าแปลกใจเมื่อมองดูจากไลน์อัพรถยนต์ที่วางขายอยู่ในประเทศต่างๆ รอบบ้านเรา เพราะส่วนใหญ่แล้วคือรถยนต์ที่ถูกผลิตจากโรงงานของนิสสันในประเทศไทยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น March, X-Trail หรือแม้รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับขุมพลัง e-Power อย่าง Kicks

ในอินโดนีเซียนั้น รถยนต์ที่ทำตลาดส่วนใหญ่จะนำเข้าจากประเทศไทย โดยที่มีแค่ Serena e-Power เท่านั้นที่มาจากญี่ปุ่น ส่วนที่ประกอบในประเทศมีเพียงรุ่นเดียวคือ Livina ซึ่งในรุ่นใหม่ที่เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ก็แชร์พื้นฐานทางวิศวกรรมร่วมกับ มิตซูบิชิ Xpander และประกอบอยู่บนไลน์ผลิตเดียวกันที่โรงงานในเมือง Cikarang ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ในแง่ของการผลิตอีกต่อไป

จริงๆ แล้ว ข่าวการปิดโรงงานของนิสสัน ในอินโดนีเซียเริ่มมีมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 เมื่อมีการปิดโรงงานแรกใน Purwakarta ที่ใช้ในการผลิตรุ่น Grand Livina X-Trail Serena และ Juke โดยมีการดัดแปลงโรงงานเพื่อใช้ในการผลิตเครื่องยนต์ให้กับมิตซูบิชิ ส่วนรถยนต์ที่ใช้ในการรีแบรนด์ของ Datsun เช่น Go Go+ และ Cross ก็ผลิตในโรงงานที่ 2 จนถึงเดือนมกราคม 2020 ก็มีการปิดโรงงานก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในครั้งนี้เพื่อย้ายการผลิตทั้งหมดไปที่เมืองไทย

ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะมา

แม้ในแง่ของบริบทในปัจจุบันจะดูไม่เอื้อต่อการพูดถึงการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ แต่เชื่อว่าตามแผนการของนิสสันแล้ว มีรถยนต์หลายรุ่นของพวกเขายังอยู่ในตารางของการเปิดตัวเหมือนเดิม และแม้ว่าในส่วนของการปรับปรุงไลน์อัพรุ่นรถยนต์ที่มีอยู่ในตลาดจะลดลง 20% (จาก 69 รุ่นเหลือ 55 รุ่น) แต่รถยนต์พลังไฟฟ้า และพวกที่ใช้เทคโนโลยี e-Power ก็ยังคงเป็นหัวใจหลักของการทำตลาด

เมื่อพิจารณาจากแผนข้างบน แน่นอนว่า ในประเทศญี่ปุ่น ที่นิสสัน วางแผนจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 2 รุ่นก็ยังคงมีอยู่นั่นคือ ผลผลิตที่พัฒนามาจากต้นแบบที่ชื่อว่า Ariya ซึ่งเป็น SUV ในกลุ่ม C-Segment และ IMk ที่เป็นรถยนต์ในกลุ่ม Kei-Car ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า โดยทั้ง 2 รุ่นมีการเปิดตัวในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 ขณะที่ตลาดรถสปอร์ตนั้น เชื่อว่าจะเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉมของ Z-Car หรือ 370Z โดยจะเป็นเจนเนอเรชันที่ 7 ของตัวรถและเข้ามาแทนที่รุ่นเดิมที่อยู่ในตลาดมานานตั้งแต่ปี 2009

ส่วนอีกรุ่นที่ถูกจับตามองในช่วงนี้คือ การเผยโฉมกระบะ 1 ตันอย่าง Navara โดยจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหรือโมเดลเชนจ์ครั้งแรกในรอบ 6 ปีและถือเป็นคีย์โปรดักต์ของนิสสันในปีนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งคาดว่าหน้าตาที่ถูกปรับเปลี่ยนไปนั้นจะสอดคล้องกับปิกอัพรุ่นใหญ่ของพวกเขาอย่าง Titan ที่มีขายอยู่ในอเมริกาเหนือ พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 4 สูบ 2,300 ซีซี เทอร์โบคู่ที่มีกำลังอยู่ราวๆ 190 แรงม้า โดยเชื่อว่า Navara ใหม่น่าจะเปิดตัวในบ้านเราปลายปีนี้เป็นอย่างเร็ว หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2021


นิสสัน Navara ใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในปลายปีนี้

2 กลยุทธ์หลักสู่แผนฟื้นฟูกิจการ

กระบวนการทำให้เกิดประสิทธิภาพและแนวทางปฏิบัติเพื่อปรับโครงสร้าง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การให้ความสำคัญกับตลาดหลักและรถยนต์รุ่นสำคัญ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

-ปรับอัตราการผลิตของนิสสันลง 20 % ให้เหลือเพียง 5.4 ล้านคันต่อปี ภายใต้การปฏิบัติงานตามช่วงเวลาการทำงานตามมาตรฐานปกติ

-เพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้ได้มากกว่า 80 % เพื่อเพิ่มผลกำไร

-ลดจำนวนรุ่นรถยนต์ทั่วโลกลง 20 % (ให้เหลือเพียง 55 รุ่น จากเดิม 69 รุ่น)

-ลดต้นทุนแบบคงที่ลงประมาณ 3 แสนล้านเยน

-ยุติการดำเนินงานของโรงงาน ณ บาร์เซโลน่า ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก

-ควบรวมการผลิตของรถยนต์รุ่นสำคัญต่าง ๆ ในอเมริกาเหนือ

-ยุติการดำเนินงานของโรงงานในประเทศอินโดนีเซีย และมุ่งให้ความสำคัญกับโรงงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตแห่งเดียวในอาเซียน

-ร่วมมือบริษัทในกลุ่มพันธมิตรในการใช้ทรัพยากร เช่น การผลิต รุ่นรถยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกัน

-มุ่งเน้นธุรกิจของนิสสันในประเทศญี่ปุ่น จีน และทวีปอเมริกาเหนือ

-ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตร เพื่อรักษาฐานทางธุรกิจของนิสสัน ในอเมริกาใต้ อาเซียน และยุโรป

-ยุติการการดำเนินงานในประเทศเกาหลีใต้ ยุติการดำเนินธุรกิจของดัทสันในรัสเซีย รวมถึงปรับแผนการดำเนินธุรกิจของบางประเทศในอาเซียน

-ให้ความสำคัญกับรถยนต์รุ่นหลักในกลุ่ม C และ D Segment รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถสปอร์ต

-เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 12 รุ่น ในอีก 18 เดือนข้างหน้า

-เพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึง เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ โดยตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2023

-ในประเทศญี่ปุ่น นิสสันจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 2 รุ่น และรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ จำนวน 4 รุ่น เพื่อเพิ่มสัดส่วนของยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึง 60 %ของยอดขายทั้งหมด

-นำระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ProPILOT มาใช้ในรถยนต์มากกว่า 20 รุ่นที่วางขายใน 20 ประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะมีรถยนต์จำนวนกว่า 1.5 ล้านคัน ที่ใช้ระบบ ProPILOT ภายในสิ้นปี 2023


ความคิดเห็น



ข่าวน่าสนใจ Hot News
ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์ จับมือปั้นไทยฮับผลิต EV
นิสสัน เสริมตลาดปิกอัพ "นาวารา ซิงเกิล แค็บ"
ไทรอัมพ์ฯ เผย 5โมเดลใหม่ล่าสุด บอนเนวิลล์ 2021
ดูคาติ ตัวแทนใหม่ “โมโตเร อิตาเลียโน่” เปิดโชว์รูมบนตึกอาวดี้
สยามคูโบต้า หนุนทำ Smart Farmer รับแรงงานรุ่นใหม่
ยันม่าร์ เปิดตัวรถเกี่ยวข้าว ตู้แอร์ YH1180 Cabin
เปิดตัว! จอบหมุน ฟาร์มเทค พรีเดเตอร์ แกร่ง แรง เร็ว













หมวดยานยนต์-แทรกเตอร์ โปรโมชั่น-ข่าวเด่น-รีวิว 108เอ็นจินดอทคอม
รถอีวี /รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โปรโมชั่นรถยนต์ /รถแทรกเตอร์ /จักรยานยนต์ หน้าแรก108engine.com
รถอีโคคาร์ ข่าวรถยนต์-รถไฟฟ้า ข้อตกลงการใช้งาน
รถกระบะ-รถอเนกประสงค์ ข่าวรถแทรกเตอร์-SMART FARM นโยบายความเป็นส่วนตัว
รถแทรกเตอร์ ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ ติดต่อโฆษณา Advertise With Us
รถเกี่ยวนวดข้าว MOTOR SHOW / TRACTOR SHOW ติดต่อเรา Contact Us
รถจักรยานยนต์ ทัวร์ร้านค้ายานยนต์ทั่วไทย  
รถบิ๊กไบค์ รีวิว รถยนต์-รถอีวี  
เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รีวิว รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์  
Follow us
   
Copyright © 2000 - 2022  108Engine Dot Com All Rights Reserved