• หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • สเปค/ราคารถ
  • ค้นหาร้านค้า
  • กระดานซื้อขาย
  • งานรถ/ทัวร์ร้าน
  • ข่าว / รีวิวรถ
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา

รีวิวรถยนต์-รถอีโคคาร์ | รีวิวรถกระบะ-รถพีพีวี | รีวิวจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | ข่าวรถแทรกเตอร์

โปรโมชั่น รถยนต์-รถกระบะ | โปรโมชั่น รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์

ตลาดปิกอัพ เทรนด์เปลี่ยน เครื่องเล็กมาแรง เข้าทางอีซูซุ

 



ขอบคุณข้อมูล MGR Online (16 พ.ค. 2018) [497 Views]


ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ยังคงถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย แม้ว่าบางปีจะมีสัดส่วนน้อยกว่าตลาดรถยต์นั่งไปบ้าง นั่นก็ด้วยปัจจัยพิเศษชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ เราก็จะได้เห็นสัดส่วนยอดขายของรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะ รถปิกอัพ ที่ถือว่าเป็นโปรดักซ์แชมเปิ้ยนอันดับหนึ่งของประเทศไทย มีการขายมากกว่ารถยนต์นั่ง ดังเช่นในปีที่ผ่านมา รวมถึงไตรมาสแรกของปี 2561 นี้ด้วย

ซึ่งจากการรายงานยอดจำหน่ายรถยนต์ เราจะเห็นสัดส่วนการขายที่ ไตรมาสแรกตลาดปิกอัพ มียอดขายรวม 102,893 คัน เทียบกับรถยนต์นั่งที่มียอดขายไตรมาสแรกรวม 90,131 คัน แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้งานรถปิกอัพของผู้บริโภคชาวไทยยังคงมีความนิยมสูงและเหนียวแน่น สมกับที่เป็นประเทศที่มียอดจำหน่ายรถปิกอัพสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวเท่านั้น

เมื่อมาวิเคราะห์เจาะลึกลงไปที่ตลาดของปิกอัพ เราจะเป็นตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของผู้นำตลาด โดยในปีที่แล้ว อีซูซุ สามารถกลับขึ้นมาครองอันดับหนึ่งยอดขายตลาดรถปิกอัพได้อีกครั้ง และในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ สามารถทำยอดขายได้ 37,408 คัน เติบโตขึ้น 12% ครองอันดับหนึ่งตลาดรถปิกอัพ

ซึ่งเมื่อมองไปที่ตัวโปรดักซ์ อีซูซุ มิได้ออกรุ่นใหม่แต่ประการใด ยังคงทำตลาดด้วย “อีซูซุ ดีแม็กซ์”ซึ่งโฉมนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2554 หรือปี 2011 ราว 7 ปีแล้วที่ทำตลาดมา แล้วอะไรทำให้ อีซูซุ ดีแมกซ์ สามารถก้าวขึ้นมาสู่อันดับหนึ่งของตลาดรถปิกอัพ คำตอบของคำถามนี้อยู่ตรงนี้

“นับตั้งแต่เปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ ยอดขายปิกอัพอีซูซุเครื่องยนต์ 1.9 มีสัดส่วนถึง 90% เพราะลูกค้าเห็นสมรรถนะของรถ ประหยัดน้ำมันมากให้พลังสูง ขณะที่MU-X 1.9 มีสัดส่วน 70%” คำกล่าวของ โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ที่ตอบคำถามเรื่องของสัดส่วนการขายของรถปิกอัพอีซูซุ


โทชิอากิ มาเอคาวะ

ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่ตัว 1.9 ดีดีไอ นั้น เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2558 หรือเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว และที่ยังไม่เปรี้ยงปร้างทันที นั่นก็เนื่องมาจากว่า ความเชื่อดั้งเดิมของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะสายปิกอัพบรรทุก ที่ไม่ว่าอย่างไร เครื่องยนต์ต้องมีขนาดใหญ่ไว้ก่อน เพื่อกำลังที่ดี แต่ความเป็นจริง เทคโนโลยีของโลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว

อีซูซุ ใช้เวลาในการสื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้บริโภคอย่างเข้มข้น จนกระทั่งลูกค้าที่ได้ทดลองใช้ อีซูซุ เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร นั้นมีการบอกต่อกัน ประกอบกับการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเดิมอย่างใกล้ชิดของอีซูซุ เมื่อถึงเวลาที่ลูกค้าเปลี่ยนรถใหม่ ลูกค้าของอีซูซุจึงยังคงกลับมาหาอีซูซุ เหมือนเช่นเดิมยืนยันด้วยคำกล่าวของประธานกลุ่มอีซูซุ

“ที่ผ่านมาอีซูซุไม่ได้เน้นเรื่องส่วนแบ่งตลาด เพราะมีฐานลูกค้าที่มีความจงรักภักดีสูง จึงให้ความสำคัญกับการรักษาลูกค้าให้เขาพอใจ เพราะคนที่ตัดสินใจซื้อรถ คือ ลูกค้า ดังนั้น ส่วนแบ่งตลาดเป็นผลลัพธ์ของความพยายามของเราเท่านั้นเอง เราจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าพอใจและกลับมาซื้อซ้ำรวมถึงบอกต่อ เราไม่ได้ต้องการรักษาส่วนแบ่งตลาด แต่เราจะรักษาความพึงพอใจของลูกค้าของเรา” โทชิอากิ มาเอคาวะกล่าว

ขณะที่ลูกค้ารายใหม่ เมื่อทราบถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ที่ไมได้เล็กไปตามขนาด ด้วยกำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร และมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องยนต์ 2.5Ddiเดิมถึง 60 กก. ทำให้บรรทุกของได้น้ำหนักมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์กับลูกค้าโดยตรง อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการเปิดตัวเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร มีคำถามและข้อสงสัยตามมามากมาย แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ตัวเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า มีประสิทธิภาพเพียงใดดังนั้น ผลลัพทธ์จึงแสดงออกมาด้วยยอดขายที่ อีซูซุ ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้

ถึงบรรทัดนี้ ทำให้เราพอจะมองเห็นกระแสพฤติกรรมการเลือกซื้อรถของผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ในตลาดปิกอัพ ยังคงมองที่ความประหยัดและสมรรถนะ ในการบรรทุกเป็นหัวใจสำคัญรวมถึงการบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยมจึงจะสามารถมัดหัวใจของผู้บริโภคชาวไทยเอาไว้ได้

สำหรับการคาดการณ์ อีซูซุมองว่าตลาดรถยนต์รวมของไทยปีนี้จะอยู่ที่ 900,000 คัน แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น เรื่องการส่งออก แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของโลก และอัตราหนี้สินครัวเรือนที่สูงมากของไทยซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของตลาด

ส่วนเป้าหมาย ปีนี้อีซูซุคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดราว 18% ของตลาดรถรวมเท่ากับปีก่อนๆ ที่เคยได้ แต่ถ้าเฉพาะตลาดปิกอัพ อีซูซุมีส่วนแบ่งตลาด 36.3% โดยหวังจะรักษาระดับนี้เอาไว้ให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแบรนด์อื่นย่อมอยากเพิ่มส่วนแบ่ง ดังนั้นการแข่งขันจึงรุนแรง ทั้งด้านราคา และกลยุทธ์ในการส่งเสริมการขาย เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก พร้อมส่วนลดต่างๆอย่างจุใจ เวลานี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคในการต่อรองกับเซลล์เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด



ความคิดเห็นผ่าน Facebook



ข่าวน่าสนใจ Hot News
อีซูซุ เปิด “สนามรถขับเคลื่อนสี่ล้อ” ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
โตโยต้า ซี-เอชอาร์ มาตรฐานใหม่แห่งดีไซน์
เอชอาร์-วี ใหม่ อัดแน่นเทคโนโลยี ความปลอดภัย
เปิดสเปก“ฮอนด้า-ยามาฮ่า” แบบไหนเรียกไฮบริด
“ยามาฮ่า” ปรับภาพลักษณ์ แบรนด์มัดใจลูกค้า
สยามคูโบต้า เปิดตัวรถดำนารุ่นใหม่
* ข่าวรถแทรกเตอร์ *



"รถยนต์-จักรยานยนต์-จักรกลเกษตร"








รถยนต์-รถกระบะ CAR รถจักรยานยนต์ MOTORCYCLE รถแทรกเตอร์ FARM TRACTOR เครื่องยนต์เกษตร GENERAL ENGINE
โปรโมชั่น รถยนต์ โปรโมชั่น จักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 5-7แรงม้า / Gasoline 5-7 hp.
รถยนต์อีโคคาร์ / Eco Car รถจักรยานยนต์ เอที / Automatic รถแทรกเตอร์คูโบต้า / Kubota Tractor เครื่องยนต์เบนซิน 8-15แรงม้า / Gasoline 8-15 hp.
รถกระบะ 2ประตู / Pickup Std. รถจักรยานยนต์ ครอบครัว / Family รถแทรกเตอร์ยันม่าร์ / Yanmar Tractor เครื่องยนต์ดีเซล 5-9แรงม้า / Diesel 5-9 hp.
รถกระบะ แค็บ / Pickup Cab รถจักรยานยนต์ ออฟโรด / Off-Road รถแทรกเตอร์นิว ฮอลแลนด์ / New Holland เครื่องยนต์ดีเซล 10-12แรงม้า / Diesel 10-12 hp.
รถกระบะ 4ประตู / Pickup DoubleCab รถจักรยานยนต์ สปอร์ต / Sport รถแทรกเตอร์จอห์นเดียร์ / John Deere เครื่องยนต์ดีเซล 14-16แรงม้า / Diesel 14-16 hp.
รถอเนกประสงค์ / PPV รถบิ๊กไบค์ฮอนด้า / Honda Big Bike รถแทรกเตอร์แมสซี่ / Massey Ferguson  
    รถแทรกเตอร์คลาส / Claas Tractor รถเกี่ยวนวดข้าว COMBINE HARVESTER
    รถแทรกเตอร์ไคโอติ / Kioti Tractor รถเกี่ยวนวดข้าว Kubota Yanmar John Deere

  Follow 108engine     ติดต่อโฆษณา (Advertising) Contact us
  Copyright © 2000 - 2018  108EngineDotCom All Rights Reserved © สงวนลิขสิทธิ์